• รับส่วนลดสูงสุด 50% ดีลสุดคุ้ม - ประหยัดมากขึ้นด้วยคูปอง

6 อันดับ บลัชออน ต้องได้ ต้องโดน บอกเลย! ข้อมูลปี 2024

ช้อปก่อนใคร คอลเลคชั่นใหม่ทุกแบรนด์ โปรสุดปัง ให้คุณช้อปสุดฟิน ชี้เป้าโปรโมชั่นสุดยิ่งใหญ่ เทศกาลส่วนลดให้กับลูกค้าสุดคุ้ม วันนี้มาแนะนำร้านออนไลน์ที่มีสินค้ามากมายให้เลือก เหมาะคนยุคใหม่มากๆ ที่เราไม่ต้องออกไปซื้อของข้างนอก
ราคาเด็ดถุกใจลุกค้าแน่นอน ราคาคุ้มค่า เราขอแนะนำ บลัชออน  สินค้าออนไลน์  ราคาพิเศษส่งให้คุณลูกค้าถึงหน้าบ้าน สั่ง บลัชออน  ไป ถูกจนไม่น่าเชื่อ สินค้าใส่ซองกันกระแทกมาตอนจัดส่งให้ด้วย ส่งเร็วทันใจ คุณภาพเยี่ยมพอดีเห็น ราคาจะลดลงอีกลองเข้าไปดูที่ร้านได้ ซื้อเลย สินค้าไม่เสียหาย มีคุณภาพ ส่งทางไปรษณีย์หรือไม่ก็ทางหน่วยจัดส่ง ของพรีเมี่ยม ได้รับสินค้าแล้วดีใจมาก ตรงตามต้องการในรุป ไม่มีปัญหา

     
คุณรู้หรือไม่ ? นอกจากบลัชออน มีเรื่องที่ต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้ออีกมากมายไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ สี ขนาด ราคา วัสดุที่ใช้และน้ำหนักซึ่งปั จจัยเหล่านี้ขึ้นอยู่กับความชอบและลักษณะ ซึ่งมีทั้ง บลัชออน และการใช้ของแต่ละบุคคล ดังนั้นหากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหา บลัชออน วันนี้ทางเราได้จัด แนะนำ บลัชออนยี่ห้อดีต่อใจมาให้คุณแล้ว!

การเลือกบลัชออนให้เข้ากับผิวหน้า
blush on

blush on ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้มีมากถึง 5 ประเภทด้วยกัน และแน่นอนว่าเจ้าบลัชออนทั้ง 5 แบบนี้ก็ต้องมีการใช้งานที่แตกต่างกันด้วย โดยแต่ละแบบจะมีเนื้อที่ไม่เหมือนกัน เพราะผิวหน้าของแต่ละคนไม่เหมือนกัน การเลือกใช้จึงจำเป็นต้องเลือกเนื้อที่เข้ากับผิวของตัวเองด้วย ดังนี้

1.แบบฝุ่น เหมาะสำหรับสาวผิวมัน เพราะจะมีเนื้อสีที่แน่นทำให้ติดทนทานและเกาะผิวได้ดี เป็นชนิดที่นิยมใช้ในบ้านเราเนื่องจากมีอากาศที่ร้อน ทำให้หน้ามันง่าย การเลือกใช้บลัชออนแบบนี้จะช่วยให้ติดทนทาน ส่วนในการใช้งานแนะนำให้ใช้แปรงหรือพัฟเพราะจะเกาะเนื้อบลัชออนได้ดี

2.แบบเนื้อครีม จะมีเนื้อที่หนาและเหนียวกว่าแบบฝุ่น เหมาะสำหรับสาวผิวแห้ง ในการใช้งานจึงควรใช้นิ้วมือค่อย ๆ เกลี่ยให้ทั่ว ช่วยให้เนื้อบลัชออนซึมเข้าผิวได้ดีและติดทนได้นานกว่าแบบอื่น

3.แบบเจล โดยทั่วไปแล้วจะออกแบบมาเป็นแท่ง บีบใช้งานง่าย เหมาะสำหรับสาวผิวมันและสาวผิวปกติ แบบเนื้อเจลจะมีเนื้อที่บางเบาแต่สามารถเกาะผิวได้ดี ในการใช้งานแนะนำให้ใช้นิ้วมือเกลี่ยเพื่อช่วยตบให้เนื้อเจลเกาะผิว เป็นชนิดที่ติดทนทาน กันน้ำ กันเหงื่อได้ดี

4.แบบทินท์ จะคล้าย ๆ กับแบบเจลแต่จะมีเม็ดสีที่เข้มกว่า ทำให้ติดทนนานกว่า แต่จะต้องอาศัยความชำนาญในการเกลี่ยเพราะหากเกลี่ยไม่ดีจะเข้มเกินไปและจะไม่เสมอกัน ควรแต้มทินท์ไว้ที่ข้อมือก่อนแล้วค่อย ๆ ใช้นิ้วแต้มมาเกลี่ยลงแก้มทีละนิดเพื่อไม่ให้เข้มเกินไปและเสมอกัน เหมาะสำหรับสาวผิวมันและสาวผิวปกติ

5.แบบชิมเมอร์ บลัชออนบางตัวมีการผสมชิมเมอร์เข้าไปเพื่อเพิ่มประกายให้กับใบหน้า สามารถใช้ปัดแก้ม โหนกแก้ม เปลือกตา หรือเน้นเป็นไฮไลท์ได้

เลือกที่เข้ากับสีผิว นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงต้องผลิตออกมาให้เลือกหลายสี เพราะสีผิวของแต่ละคนไม่เหมือนกัน การเลือกบลัชออนจึงควรเลือกโทนที่เข้ากับสีผิวด้วย เช่น หากเป็นคนผิวขาวหรือผิวขาวเหลืองจะใช้ได้ทุกโทนสี แต่จะเหมาะสำหรับโทนสีสว่าง เช่น สีพีช สีส้ม สีชมพู ฯลฯ แต่หากเป็นคนผิวสองสีหรือเป็นคนผิวเข้มจะเหมาะสำหรับโทนสีน้ำตาลหรือน้ำตาลอมส้ม

เลือกที่สีใกล้กับลิปสติกที่ใช้ การปัดบลัชออนควรเลือกสีที่ใกล้เคียงกับสีปาก เช่น หากวันนี้จะทาลิปสติกสีพีช ควรเลือกบลัชออนสีพีชหรือสีชมพูอมส้มเพื่อให้หน้าไปในโทนเดียวกัน

เลือกที่เหมาะกับผิวและการใช้งาน ควรเลือกที่เหมาะกับผิวหน้าเพื่อให้ติดทนติดนาน ไม่เยิ้ม หรือหลุดระหว่างวัน

ปัดให้พอดี ไม่เข้มจนเกินไป เพราะจะทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติ หากสีเข้มเกินไปให้เคาะกับฝ่ามือเพื่อทำให้สีจางลงก่อนจึงค่อยปัด

ปัดตามสไตล์การแต่งหน้า การแต่งหน้าจะมีหลายสไตล์ หลายโทน เช่น แต่งหน้าสไตล์เกาหลีแบบใส ๆ ที่จะฮิตปัดบลัชออนที่โหนกแก้มและหางตา หรือปัดที่โหนกแก้มทั้งสองข้างและจมูกให้เป็นเหมือนรูปปีกนก หรือแต่งหน้าสไตล์สายฝอหรือโทนฝรั่ง ที่จะเน้นการปัดใต้โหนกแก้ม

เลือกจากยี่ห้อที่มีคุณภาพ ยี่ห้อสามารถบ่งบอกถึงคุณภาพของบลัชออนได้เช่นกัน หากไม่รู้ว่าจะเลือก blush on ยี่ห้อไหนดี แนะนำว่าให้เลือกจากแบรนด์ที่มีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับจะดีกว่า เช่น M.A.C, NARS, Wet N Wild, Benefit Dandelion, in2it, 4U2, Maybelline เป็นต้น

blush on ปัดให้สวยได้ไม่ยากหากรู้จักเทคนิคและหมั่นนำไปใช้ก็จะช่วยให้สาว ๆ ปัดบลัชออนได้สวยแบบมือโปรแล้ว ไม่ว่าปัดลุคไหน โทนไหนก็ดูสวยมั่นใจขึ้นได้ อีกทั้งยังช่วยให้ติดทนทานตลอดวันแม้อากาศจะร้อน เหงื่อจะออกหรือฝนจะตกก็ตาม เมื่อได้รู้เทคนิคดี ๆ แบบนี้แล้วสาว ๆ ก็อย่าลืมนำไปใช้กันด้วยนะ